"ก่อเกียรติ" โปรโมเตอร์มวยโลก ยื่นหนังสือกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
"ก่อเกียรติ" โปรโมเตอร์มวยโลก ยื่นหนังสือกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู
นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจากนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้เสียหายโดยตรง และเจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถปรับอากาศยูโรทู แต่เพียงผู้เดียว กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้เสียหายโดยตรง และเจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถปรับอากาศยูโรทู ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจาก นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ. การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมคณะกรรมาธิการ กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ร่วมกับอดีตผู้บริหารถโดยสาร ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ทำให้ตนในฐานะผู้เสียหายโดยตรงขาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนว่า "ทาง กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มองว่ากรณีฉ้อโกงดังกล่าวที่นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ในฐานะผู้เสียหายเข้ามายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะในไทม์ไลน์บางช่วงที่มีการแอบอ้างเบื้องสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยรู้สึกไม่สบายใจ แต่ด้วยมีบางเหตุการณ์บางส่วนที่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล การทำงานของ กมธ.ก็จะต้องเพิ่มความรอบคอบในการดำเนินงาน ต้องร่วมกันพิจารณาว่าส่วนใดที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามการพิจารณาในชั้นศาล และเรื่องใดที่ทาง กมธ.สามารถดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้โดยเร็วก็จะเร่งดำเนินการในทันที"
ทางด้านนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ผู้บริหาร บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากกรณีฉ้อโกงกล่าวถึงความคาดหวังในการมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะ กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมยและสิทธิมนุษยชน ในครั้งนี้ว่า "ตนเองต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น ทั้งต่อตนเองและสังคม หากคนไทยยังต้องอยู่ในสังคมที่ถูกคลอบงำจาก "สื่อ" ที่คิดว่าสามารถใช้มือเดียวปิดบังฟ้าได้ ชี้ผิดเป็นถูกได้ แล้วสังคมไทยจากนี้ไป ลูกหลานของเราจากนี้ไปจะดำเนินชีวิตอยู่ในเงามืดแบบนี้ตลอดไปหรือ? ตนจึงหวังว่า กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะทำงานอย่างเข้มข้นและคืนความยุติธรรมให้ตนเองและสังคมไทยโดยเร็ว




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น